ฟิลเลอร์โดยแพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์ปาก ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั่วโลกและรับรองมาตรฐานจาก  FDA จากอเมริกา และ CE marks จากยุโรป ครองเอกสิทธิ์ด้วยเทคโนโลยีโดนเด่น 2 แบบ คือ OBT  และ NASHA มีความยืดหยุ่น ปรับทรงได้หลากหลาย และคงผลลัพธ์ได้นาน

เป็นสารเติมเต็ม HA (ไฮยารูลอนิกแอซิด) ที่มีความใกล้เคียงกับไฮยารูลอนิกแอซิดที่อยู่ในร่างกายของเรา จึงไม่เกิดการต่อต้านหรือเกิดอาการแพ้ระคายเคือง ปลอดภัยสูง

Resty Filler
15,000 ฿ / CC
18,000 ฿ / CC

ฟิลเลอร์ตัวเก่งคุณภาพดีจากเกาหลี ที่ได้การรองรับมาตรฐานระดับยุโรป ผ่านการรับรองจาก US FDA, CE marks , DMF และ อย. ไทย
มีจุดเด่นเรื่องฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลใกล้เคียงกับ HA (ไฮยารูลอนิกแอซิด) ในเนื้อเยื่อของมนุษย์มาก โดยผลิดด้วย HICE  technology ทำให้ฟิลเลอร์คงตัว ไม่ไหล ย้อย ปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย


YVIORE Filler
11,900 ฿ / CC

ฟิลเลอร์สัญชาติอิตาลี ที่มีความปลอดภัยสูง มี Hyarulonic Acid ในปริมาตรเยอะ และผลิตโดยเทคโนโลยีการผลิตแบบ XTR ทำให้โมเลกุลคงที่ ฉีดสวย ไม่ไหลสามารถสลายได้เองและไม่ตกค้างในร่างกาย ได้รับการรับรองจาก THFDA หรือ อย.ไทย มีคุณสมบัติในการเติมเต็ม ยกกระชับและปรับรูปหน้าได้อย่างดี ไม่บวมน้ำ สามารถประเมินผลลัพธ์ได้เลยในตอนที่ฉีดทันที อยู่ได้นาน 1-2 ปี

DEFINISSE Filler
18,000 ฿ / CC

ฟิลเลอร์ ปาก

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มในกลุ่มไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid – HA) หรือที่เราคุ้นชื่อคือ ไฮยา  ตัวHA นี้สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ที่ร่างกายสร้างขึ้น โดยจะสลายไปเองเมื่อผ่านไป 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีในการผลิต และตำแหน่งที่ฉีด เข้าไปที่บริเวณชั้นผิวหนัง และใต้ผิวหนัง จะช่วยเติมเต็มผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ให้ดูเต็ม และเรียบเนียนขึ้น

 แม้ว่าฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่นิยมอย่างแพร่หลายแล้วปัจจุบัน
แต่คำถามเรื่องความกลัวว่าฟิลเลอร์จะเป็นพิษไหม?

แก่ไปแล้วจะสะสมเป็นก้อนและไหลไหม? เป็นคำถามที่ยังได้รับจากคนไข้มาตลอด 

หมอขอตอบชัด ๆ เลยว่าฉีดฟิลเลอร์กับหมอ ไม่ ทำให้เกิดการตกค้างและหน้าเน่าแน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลัก ๆ คือ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ และต้องรู้จักฟิลเลอร์แต่ละชนิด ทั้งเรื่องสาร คุณสมบัติ และความคงทน ในแต่ละจุด ที่สำคัญต้องเลือกคุณหมอที่มีเทคนิคฉีดแต่ละจุดไม่ให้เป็นก้อน ไม่ไหล และความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในฟิลเลอร์และกายภาคกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นอย่างดี เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

หลักการเลือก ฟิลเลอร์

 
ข้อที่สำคัญที่สุดในการเลือกฟิลเลอร์ คือ

1. ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ ต้องได้รับการรับรอง จาก หน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ของแต่ละประเทศ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย
และเป็นผลิตภัณฑ์ของแท้โดยสามารถตรวจสอบเช็คผลิตภัณฑ์แท้ได้ตามวิธีการของแต่ละยี่ห้อ

2. พิจารณาคลินิก ต้องเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เป็นผู้ให้บริการ

หมอตาล เป็น 1 ในแพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์
หรือที่เรียกว่า GAIN Trainer
เทรนเนอร์ของบริษัท Galderma
ผู้ผลิตฟิลเลอร์ อย่าง Resty (สวีเดน)
และผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า ลดกราม
ที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) เกาหลีใต้ และประเทศไทย รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากสหภาพยุโรป (EDQM)

ยิ่งไปกว่านั้นหมอตาล
และ Absolute by Dr.Tan Clinic
ยังได้รับรางวัลคลินิกที่มียอดใช้ฟิลเลอร์สูงสุด
ระดับประเทศ
เป็นการการันตีว่าที่ Absolute by Dr.Tan Clinic
เราใช้แต่ผลิตภัณฑ์แท้
ที่ผ่านการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น

ฟิลเลอร์แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร ?

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีกว่าในประเทศไทยเราเอง วงการฟิลเลอร์นั้นเป็นที่นิยมสูงมากในหมู่คนทำหัตถการบนใบหน้า ซึ่งเหล่าน้องใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการและรุ่นพี่ระดับโปรก็ยังคงมีคำถามเรื่องฟิลเลอร์ว่าควรทำตัวไหน? ตัวไหนช่วยเรื่องอะไร? ผิวแบบเราควรทำฟิลเลอร์รุ่นไหนดี? ฟิลเลอร์ตัวใหม่และตัวเก่าแตกต่างกันเยอะไหม ควรลองไหม?

ปัจจุบันนับว่าเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดส่งผลให้ฟิลเลอร์ถูกพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น เจาะกลุ่มปัญหาที่ต้องการแก้ไขของคนไข้ ลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตราย โดยธรรมชาติแล้ว  Hyaluronic acid (HA) จะสามารถย่อยสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ที่ร่างกายผลิตขึ้นมาตามธรรมชาติ จึงทำให้ HA ในร่างกายของเรานี้มีอายุเพียงแค่ 2-3 วัน เท่านั้น ร่างกายของเราเลยจะสูญเสีย HA ค่อนข้างไว ทำให้เราต้องอาศัยฟิลเลอร์โดยใช้เทคโนโลยีกระบวนการ Cross-Link เพื่อเพิ่มความคงทนของ HA โดยขั้นตอนของการทำ Cross-Link นี้จะใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละชนิด ส่งผลให้ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ มีคุณสมบัติ ความคงทน วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เรานำมาใช้กับคนไข้ที่คลินิก Absolute by Dr.Tan Clinic นั้นสามารถใช้เทคโนโลยีในการแบ่งฟิลเลอร์ออกเป็น 2 ประเภทได้
คือ NASHA Technology และ OBT Technology 
เพื่อตอบโจทย์ครอบคลุมความต้องการของคนไข้ได้มากที่สุดและมอบผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ 

OBT vs NASHA ต่างกันอย่างไร?

สิ่งที่เหมือนกัน

 ♡ เป็นฟิลเลอร์ที่มีการใช้สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิก แอซิด หรือ HA มาเป็นสารประกอบสำคัญ 
♡  HA เป็นสารที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการแพ้ฟิลเลอร์ได้
♡  ช่วยเติมเต็มใบหน้าที่มีริ้วรอย หรือเติมเต็มร่องลึก 
♡ ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ในระยะรวดเร็ว
♡ ให้ผิวดูเรียบเนียน เต็มฟู เต่งตึง
♡ เนื้อเจลคงตัวและสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
♡ การใช้ฟิลเลอร์ HA เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลไวทันที
♡ ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน ไม่ไหล ไม่เคลื่อนตัวผิดตำแหน่งจากที่ฉีด
♡ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
♡ มีความปลอดภัย เป็นที่ยอมรับและมีการใช้อย่างแพร่หลายในวงการฟิลเลอร์และแพทย์ผิวหนังและความงามทั่วโลก

สิ่งที่ต่างกัน

♡ NASHA Technology เป็นเทคโนโลยีการสร้างเนื้อเจลที่มีลักษณะคงรูป (Firm Gel) ขนาดเล็กและปานกลาง ดึงโมเลกุลน้ำเข้ามากักเก็บได้ดี ฉีดแล้วจะให้ผิวมีความชุ่มชื้น ปลอดภัย และมีการป้องกันการแพ้ มีการเติม BDDE (1,4-Butanediol diglycidyl ether) ให้น้อยกว่า 1% เพื่อให้มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด
BDDE คือ สารที่ทำให้ฟิลเลอร์เกิดพันธะ Cross Linking ยิ่งมีพันธะมาก ฟิลเลอร์ยิ่งคงรูปได้ดี สลายช้า ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น 

♡  OBT Technology เป็นเทคโนโลยีที่สร้างเนื้อเจลแบบอ่อนนุ่ม ตัวเนื้อเจลจะมีลักษณะโครงสร้างเป็นแบบตาข่าย ยึดหยุ่นได้ดี จัดทรงได้หลากหลาย เหมาะสำหรับเติมเต็มบริเวณใบหน้าที่มีการเคลื่อนไหว ขยับอยู่ตลอด เช่นร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องปาก หรือคนที่มีผิวค่อนข้างบาง ให้ผลลัพธ์ใบหน้าดูซอฟท์ ละมุน ดูเป็นธรรมชาติ

 

เตรียมพร้อม
ก่อนฉีดฟิลเลอร์กับหมอตาล 

ก่อนจะทำหัตถการ เราควรศึกษาหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ คลินิก และคุณหมอที่ให้บริการอย่างถี่ถ้วน หลังจากนั้นเช็คความพร้อมทางด้านร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น

  • งดรับประทานยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน, ไดโคลฟีแนค, พอนสแตน, วิตามินอี, น้ำมันปลา, ใบแปะก๊วย, โสม, St. John’s wort และน้ำมันกระเทียม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะจะทำให้เลือดหยุดไหลช้าและมีอาการบวมช้ำมากกว่าปกติ
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เพราะจะยิ่งทำให้เลือดไหลมากขึ้น
  • หากเคยการทำศัลยกรรม ผ่าตัด ทำเลเซอร์ผิวหรือการฉีดสารเติมเต็มมาก่อน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับบริการ
  • ผู้มีโรคประจำตัว แพ้อาหาร แพ้ยาชนิดใด จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับบริการ
  • งดอาหารเสริมหรือวิตามินทุกชนิดก่อนเข้ารับบริการอย่างน้อย 1 สัปดาห์