ร้อยไหมแต่ละประเภทต่างกันยังไง! ร้อยไหมมีกี่แบบ แล้วโครงหน้าแบบเราควรต้องร้อยไหมชนิดไหนกัน
เป็นคำถามสุดฮอตติดท็อป 5 คำถามยอดนิยมกันเลยทีเดียว ต้องบอกว่าจริงๆร้อยไหมมี 2 ประเภทหลัก คือ ไหมละลาย และ ไหมไม่ละลาย
ไหมละลาย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างในผิวหน้า เช่นไหม Polydioxanone (PDO ) เป็นที่นิยมสูงในทางการแพทย์ เป็นไหมอีกชนิดที่แพทย์นำไปใช้ในการผ่าตัดเย็บเส้นเลือดหัวใจ มีความยืดหยุ่นดี แข็งแรง ยกกระชับได้และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี หรือ Polycaprolactone (PLLA) ที่มีความแข็งแรงสูง คงทนและสามารถอยู่ได้นาน แต่ความยืดหยุ่นต่ำ แตกหักง่ายกว่า และ (Polycaprolactone) PCL มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง สามารถขยายไปตามการขยับของใบหน้าได้ดี ทำให้กรณีเส้นไหมขาดมักเกิดได้น้อย
ไหมไม่ละลาย คือ ไหมที่ไม่สามารถสลายได้เองตามกลไกของร่างกาย เช่นไหมทองคำหรือไหมพลาสติก เป็นไหมที่ไม่ค่อยได้รับการนิยม เนื่องจากมีผลข้างเคียงค่อนข้างเยอะ เช่นการอักเสบ ถ้าเป็นไหมพลาสติกจะหักได้ และถ้าเป็นไหมทองคำตัวไหมจะไม่ทนต่อความร้อนอาจเกิดการเปลี่ยนรูปร่าง ทำให้หน้าผิดรูปได้ และไปจนถึงการแพ้ รวมไปถึงผู้ที่ทำไหมทองคำจะไม่สามารถทำ CT scan และ MRI ได้
ลักษณะของเส้นไหม
ลักษณะของเส้นไหมจะเป็นตัวชี้วัดให้แพทย์ช่วยเลือกไหมที่มีคุณสมบัติช่วยในการให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และตรงจุดกับคนไข้แต่ละคน ไหมแต่ประเภทมีคุณสมบัติที่ต่างกันแบ่งได้ 4 ประเภท คือ ไหมเรียบ ไหมก้าง ไหมโครงตาข่าย และไหมกรวย โดยในบทความนี้เราขอเน้นไปที่ไหมเรียบ ไหมก้าง และไหมโครงตาข่ายกันนะคะ
ร้อยไหมเรียบ MONO THREAD คือ ไหมละลายในลักษณะของ ไหม PDO หรือ Polydioxanone ตัวเส้นไหมจะมีลักษณะเป็นสั้น ๆ จุดเด่นคือตัวไหมจะเรียบเนียน ไม่มีเงี่ยงยื่นออกมา ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
ข้อดีของไหมเรียบ : ช่วยยกกระชับใบหน้าได้ดี ช่วยยกผิวหน้าให้แน่นเฟิร์มขึ้น สำหรับจุดบกพร่องเล็ก ๆ อย่างริ้วรอยที่เกิดจากผิวขาดคอลลาเจน ก็จะสามารถช่วยดูแลในส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระตุ้นคอลลาเจนได้เต็มที่ เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำและจะยิ่งเข้าที่ได้สมบูรณ์เมื่อไหมละลายหมดแล้ว
ข้อเสียของไหมเรียบ : เนื่องจากตัวไหมเรียบไม่มีเงี่ยงหรือก้างช่วยในการพยุงยกชั้นผิวที่ตกและหย่อยคล้อยลงมา ทำให้แรงยกหรือแรงดึงชั้นผิวทำงานได้ไม่แข็งแรงมากนัก ไหมจะไม่มีแรงเพียงพอในการยกผิวบริเวณที่มีการหย่อนคล้ายมาก และต้องใช้ไหมหลายเส้นในการช่วยยกผิวในแต่ละข้าง
ร้อยไหมก้างหรือเงี่ยง BARB THREAD คือ จุดเด่นคือลักษณะของไหม ตัวไหมจะมีเงี่ยงยื่นออกมา เส้นไหมมีขนาดใหญ่กว่าไหมเรียบ ส่วนของเงี่ยงจะมีทั้งแบบ 1 ทิศทางและ 2 ทิศทาง เน้นเรื่องการยกกระชับ ดึงผิว
ข้อดีของไหมก้างหรือเงี่ยง : มีเงี่ยงหรือก้างช่วยในการล็อกชั้นผิวหนัง เงี่ยงของเส้นไหมจะทำหน้าที่ล็อคและพยุงเนื้อเยื่อได้ดี มีแรงและประสิทธิภาพที่ดีกว่าไหมเรียบ ใช้เส้นไหมน้อยกว่าเพราะเส้นไหมมีความแข็งแรง ช่วยดึงยกผิวได้ดีกว่า
ข้อเสียของไหมก้างหรือเงี่ยง : เนื่องจากไหมมีขนาดใหญ่ขึ้นมา ช่วงแรกอาจจะคลำเจอเส้นไหม แต่จะค่อย ๆ หายไปเมื่อไหมเริ่มละลายแล้ว
ร้อยไหมโครงตาข่าย ไหมตัวนี้จะมีความพิเศษกว่าตัวอื่น ๆ มีเงี่ยงไหม 2 ชั้น โดยชั้นด้านใน (Barbed) เป็นเงี่ยงไหมที่หล่อขึ้นมาแบบ 3 มิติอยู่รอบตัวไหม ส่วนชั้นด้านนอก (Mesh scaffold) จะเป็นเส้นใยโครงตาข่ายล้อมรอบตัวไหม 360 องศาตลอดทั้งเส้น
ข้อดีของไหมโครงตาข่าย : ไหมมีความแข็งแรง และยคดเกาะผิวได้ดีมาก มีความยืดหยุ่น และด้วยลักษณะของไหมโครงตาข่ายที่เส้นไหมเป็นรูตาข่ายจะทำให้เนื้อเยื่อสามารถแทรกตัวเข้าไปในโครงตาข่ายได้ดี ซึ่งจะช่วยให้ผลิตและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น
Absolute by dr.Tan clinic ของเรามีโปรแกรมร้อยไหมด้วยกันถึง 3 แบบ
1.ร้อยไหมอิตาลี
2.ร้อยไหมโครงตาข่าย
3.ร้อยไหมก้างปลาเกาหลี
แล้วเราควรเลือกร้อยไหมแบบไหนถึงจะดีที่สุด
การเลือกประเภทร้อยไหม ตามหลักแล้วแพทย์จะเป็นผู้เลือกให้ โดยผ่านการปรึกษาและประเมินรูปหน้าก่อน เพื่อหาวิธีและทางออกในการปรับรูปหน้าที่ตรงจุดและเหมาะสมกับแต่ละคนที่สุด
เพราะไหมแต่ละประเภทให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป การเลือกไหมจึงควรผ่านดุลยพินิจและการประเมินจากหมอเท่านั้น
✅ ข้อควรรู้ก่อนร้อยไหมการที่จะได้ผลลัพธ์ออกมาตรงความต้องการนอกจากเข้าใจความต้องการของตัวเองแล้ว การเลือกแพทย์คือสิ่งสำคัญ แพทย์ต้องมีเทคนิคและความชำนาญและเชี่ยวชาญในการประเมินรูปหน้า ออกแบบและวางแผนอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อนไปจนถึงหลังทำ ต้องเลือกแพทย์ที่มีเทคนิคการวางตำแหน่งไหมแม่นยำ
✅ ทำไมต้องร้อยไหมกับหมอตาลเท่านั้น
หมอตาลชำนาญด้านการออกแบบ และปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ หมอตาลดูแลเองตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษา เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด และได้ผลลัพธ์ที่คนไข้พึงพอใจ การันตีด้วยประสบการณ์แพทย์ผู้สอนร้อยไหม และเจ้าของรางวัลรองชนะเลิศ การใช้ Dysport ปรับรูปหน้า จากการแข่งขันระดับประเทศ


